‘นิว-ปีตาชัย เดชไกรศักดิ์’ คนจริงในแผ่นดินไทย
สตาร์ทอัพอย่างเจ๋งด้วย ‘เมล็ดข้าว’ ฟื้นฟูวิกฤตชาวนาไทย
นักธุรกิจ GEN ใหม่ ชีวิต Slow Life แต่รายได้ไม่ Slow down

                ผู้ประกอบการเลือดใหม่วัย 37 ปี ยอมทิ้งตำแหน่งงานดีเงินเดือนสูงในบริษัทวาณิชธนกิจ มาก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เพียงเพราะต้องการจะทำธุรกิจเพื่อสังคม กระทั่งผลงานและฝีมือการบริหารของเขาได้รับการยอมรับในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย จนกระทั่งได้รับการตัดสินให้เป็นผู้ชนะเลิศรางวัล The Venture ที่จัดขึ้นโดย Pernod Ricard จากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อสังคมที่เข้าแข่งขัน 30 ประเทศทั่วโลก

   การเริ่มธุรกิจของ SME น้องใหม่อย่าง ‘สยามออร์แกนิค’ จึงเกิดขึ้นเมื่อปี 2011 ภายใต้แนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจเพื่อสังคมคนนี้ คุณนิว – ปีตาชัย เดชไกรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทในปัจจุบัน โดยการนำแผนมาต่อยอดสร้างธุรกิจให้เกิดขึ้นจริงได้ ธุรกิจเพื่อสังคมของเขาเกิดจากความประสงค์อันแรงกล้าที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม เป็นสัญญาใจที่เขาเคยให้ไว้กับเพื่อนสนิทชื่อ Duncan เมื่อสมัยเรียนมัธยมเกี่ยวกับความฝัน “เขาตอบว่าสักวันหนึ่งเขาจะสร้างโรงเรียนในแอฟริกาเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กยากไร้” สำหรับผมจะกลับไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย จนถึงวันนี้ผมพร้อมที่จะเดิมพันด้วยทุกสิ่งที่มี เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ได้ฝันไว้

  “ผมสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและเศรษฐศาสตร์จาก University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย ก่อนกลับมาเมืองไทย ทำงานด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมที่ร่ำเรียนมาอยู่พักหนึ่ง แล้วเปลี่ยนสายงานมาด้านการลงทุนร่วม 3 ปี หลังจากนั้นไปเรียนต่อ MBA ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ฯ กระทั่งได้ไอเดียการทำธุรกิจเพื่อสังคมจากที่นั่น โดยบริษัท สยามออร์แกนิค จำกัด เพื่อมุ่งแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรไทย พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อยในภาคอีสาน ใช้นวัตกรรมสร้างสินค้าที่ดีต่อสุขภาพ อาทิ ข้าวออร์แกนิก ชาออร์แกนิก เส้นพาสต้า แป้ง ประมาณ 5-6 ชนิด ภายใต้แบรนด์ Jasberry (แจสเบอร์รี่)”

“เดิมพบว่าชาวนากว่า 17 ล้านคนในประเทศไทยมีต้นทุนการทำนาที่สูงที่สุด แต่กลับมีรายได้ต่ำที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีรายได้เฉลี่ยเพียงวันละประมาณ 14 บาท ถือว่าต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนถึงหกเท่า ผมตัดสินใจลงมือทำงานร่วมกับเกษตรกรรายย่อยเริ่มจากภาคอีสาน เพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวแจสเบอร์รี่ ข้าวอินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ที่ปราศจาก GMO (ปราศจากการตัดต่อพันธุกรรม) อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มากกว่าบลูเบอร์รี่ถึงสามเท่า เมล็ดข้าวมีสีม่วงเข้มสวยงาม ส่งผลให้ปัจจุบันเกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 14 เท่า ชาวนาหลายรายสามารถปลดหนี้ได้ มีที่นาอินทรีย์ให้ลูกหลานได้สานต่อ และประกอบเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน”

“ผมอาจจะเป็นมือใหม่ในการสร้างธุรกิจแต่ผมก็ไม่ใช่มือใหม่ในการทำงาน ในปีแรกเรามีเกษตรกรแค่ 25 ราย ผลผลิตไม่เพียงพอสามารถขายข้าวได้หมดภายในเดือนเดียว ต้องรอสินค้าใหม่ก็อีก 11 เดือน ซึ่งข้าวไม่ใช่สินค้าที่แพง ไม่ใช่ของเอ็กซ์คลูซีฟ พอปีที่ 2 เรามีเกษตรกรเพิ่มเป็น 100 ราย แต่สินค้าก็ขายหมดภายใน 3 เดือนอีก เรื่องส่งออกไม่ต้องพูดถึง แค่ตลาดในประเทศเราก็ขายหมดแล้ว ตอนนี้เรามีเกษตรกรอยู่ 1,800 ราย สามารถผลิตได้ประมาณ 500-600 ตันต่อปี ภายในหนึ่งปีข้างหน้าอาจจะขยายเป็น 1,000 ตัน 90% ส่งออกหมด”

“ธุรกิจเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการส่งออก ปีนี้เราเริ่มทำตลาดส่งออกจริงจัง แต่กระบวนการส่งออกเราใช้เวลาอยู่หลายปีกว่าจะหาพาร์ตเนอร์ในต่างประเทศได้ ที่สำคัญเราต้องรับประกันว่ามีซัพพลายเพียงพอ โดยเฉพาะสินค้าออร์แกนิคหรืออะไรที่ไม่ใช่สินค้าอุตสาหกรรม เช่น ถ้าเกิดน้ำท่วมข้าวตายเกิดอะไรขึ้น มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่กล้าที่จะเข้ามาทำธุรกิจเกษตรเพราะมีความเสี่ยง ทุกช่องทางมันเป็น Social Enterprise เราพยายามจะทำธุรกิจให้มีกำไรต่อเนื่อง เพื่อนำกำไรไปขยายงานสังคม โดยรายได้ของเกษตรกรมาจาก 3 ตัวแปรคือ ผลผลิต ต้นทุน และราคา การเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน ล้วนมาจากการเทรนนิ่ง ลงไปเทรนกับเกษตรกรว่าต้องใช้วัตถุดิบอย่างไรบ้าง เราแนะนำการใช้ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ เทคนิคในการปลูก การดูแล ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นองค์ความรู้ทั้งหมด”

“ณ ปัจจุบันเราทำงานร่วมกับชาวนากว่า 1,000 ครัวเรือน และตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มให้ถึง 20,000  ครัวเรือนในอีกสามปีข้างหน้า เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตชาวนากว่า 100,000 คน ในด้านสิ่งแวดล้อมเองเราก็ได้เปลี่ยนพื้นที่ไร่นากว่า 30,000 ไร่ จากนาที่ใช้สารเคมีให้กลายเป็นนาอินทรีย์ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพให้กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันชาวนากว่า 200 รายคือ ผู้ผลิตข้าวให้กับสยามออร์แกนิค”

“ส่วนราคาข้าวแจสเบอร์รี่ที่เรารับซื้อในปัจจุบันคิดเป็นเกือบ 200 เปอร์เซ็นต์ของตลาดข้าวหอมมะลิ สร้างรายได้สู่ชาวนาโดยตรง ส่งเสริมให้ชาวนาในภาคอีสานมีความรักในอาชีพการปลูกข้าวเหมือนกับชาวนาในประเทศญี่ปุ่น ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายข้าวแจสเบอร์รี่ในประเทศวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และตลาดต่างประเทศได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในประเทศนิวซีแลนด์และฮ่องกง นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศของผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อสุขภาพน้องใหม่ที่เข้าสู่ตลาดได้เพียงสองปีเท่านั้น”

                “แจสเบอร์รี่” จึงเป็นแบรนด์ข้าวไทยที่มีการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์โดยความร่วมมือจากนักวิชาการเกษตรและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ในการวิจัยพันธุ์ข้าวเกษตรอินทรีย์สายพันธุ์ใหม่นี้ ซึ่งข้าวแจสเบอร์รี่มี 3 คุณลักษณะ คือ 1. ประเภทข้าวกล้องที่มีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ สำหรับผู้บริโภคที่ใช้ความสำคัญกับการต้านโรคมะเร็ง 2. ประเภทข้าวกล้องต้านเบาหวานและให้ประโยชน์ด้านสุขภาพ เช่น ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดัน ควบคุมน้ำหนัก และประเภทที่ 3. คือ ข้าวที่เน้นความนุ่มและอร่อยเหมือนรับประทานข้าวขาว แต่ยังคงคุณค่าของสารอาหารข้าวทุกประเภทมีสารอาหารเพิ่มเติม วิตามินบี, ดี, อี, โอเมก้า 3, ธาตุเหล็ก, เบต้า – แคโรทีน และแกมมา-โอรีซานอล ซึ่งมีสารอาหารสูงกว่าข้าวสายพันธุ์ทั่วไป”

“ผมมีคุณสืบ นาคะเสถียร เป็นไอดอล ผมเคยบอกตัวเองว่าวันหนึ่งผมอยากจะทำงานที่ตัวเองมีความสุข ตื่นขึ้นมาทุกวันแล้วพบ 2 อย่าง คือความสุขและเป้าหมาย ตอนนี้ผมอยู่กับปัจจุบันมันเหมือนกับว่าพอเราโตขึ้นปัญหามีมากขึ้น ความรับผิดชอบมากขึ้นเราต้องต่อสู้กับมัน สิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่มีองค์กรหลายองค์กรที่สนใจ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เราต้องต่อสู้ตรงนั้น เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกทางเดินชีวิตได้ พ่อของผมเคยบอกอย่างนี้เสมอ ความสุขจากการให้ คุณทำธุรกิจอย่างไรที่คุณทั้งให้และรับ ไม่ใช่รับอย่างเดียว แล้วคุณจะหาคำนิยามของความสุขได้จากการทำงาน และผมว่าตรงนั้นจะมีพลังมากที่สุดแล้วครับ”คุณนิว กล่าว

สำหรับคลับคนรักสุขภาพ ‘ข้าว’ เป็นปัจจัยหลักในทุกมื้ออาหาร ดังนั้นการเลือกข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีมีคุณภาพเลือก ‘ข้าวแจสเบอร์รี่’ เอาไว้ติดบ้านก็เป็นทางเลือกที่ดี สอบถามหรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ “แจสเบอร์รี่” ได้ที่ www.facebook.com/siamorganic หรือ คลิกไปชมรายละเอียดที่เว็บไซต์ www.siamorganic.net, E-mail : contact@siamorganic.net

(เปิดอ่านแล้ว 24 ครั้ง)
http://www.sangarcheep.com/magazines/wp-content/uploads/2018/03/03-9.jpghttp://www.sangarcheep.com/magazines/wp-content/uploads/2018/03/03-9-150x150.jpgadminCEO Talk‘นิว-ปีตาชัย เดชไกรศักดิ์’ คนจริงในแผ่นดินไทย สตาร์ทอัพอย่างเจ๋งด้วย ‘เมล็ดข้าว’ ฟื้นฟูวิกฤตชาวนาไทย นักธุรกิจ GEN ใหม่ ชีวิต Slow Life แต่รายได้ไม่ Slow down                 ผู้ประกอบการเลือดใหม่วัย 37 ปี ยอมทิ้งตำแหน่งงานดีเงินเดือนสูงในบริษัทวาณิชธนกิจ มาก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เพียงเพราะต้องการจะทำธุรกิจเพื่อสังคม กระทั่งผลงานและฝีมือการบริหารของเขาได้รับการยอมรับในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย จนกระทั่งได้รับการตัดสินให้เป็นผู้ชนะเลิศรางวัล The Venture ที่จัดขึ้นโดย Pernod Ricard จากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อสังคมที่เข้าแข่งขัน 30 ประเทศทั่วโลก    การเริ่มธุรกิจของ SME น้องใหม่อย่าง ‘สยามออร์แกนิค’ จึงเกิดขึ้นเมื่อปี 2011 ภายใต้แนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจเพื่อสังคมคนนี้ คุณนิว - ปีตาชัย เดชไกรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทในปัจจุบัน โดยการนำแผนมาต่อยอดสร้างธุรกิจให้เกิดขึ้นจริงได้ ธุรกิจเพื่อสังคมของเขาเกิดจากความประสงค์อันแรงกล้าที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม เป็นสัญญาใจที่เขาเคยให้ไว้กับเพื่อนสนิทชื่อ...SME สร้างอาชีพ แหล่งรวมข้อมูล SME Franchise รวมธุรกิจแฟรนไชส์ ข่าวสารเอสเอ็มอี สำหรับผู้ที่ต้องการหาธุรกิจสร้างอาชีพ